2.3 สัปปุริสธรรม 7
การพัฒนาตนตามหลักคำสอนพระพุทธศาสนา ที่บุคคลควรนำมาพัฒนาตน เพื่อความสำเร็จในการอยู่ร่วมกันในสังคม คือ หลักสัปปุริสธรรม 7 หรือธรรมของคนดี มีองค์ประกอบ
7
ประการดังนี้
ประการที่
1 ความเป็นผู้รู้จักเหตุ คือ รู้จักเหตุหลักการที่จะทำให้เกิดผลดี
มีความสุข
มีความถูกต้อง ก่อให้เกิดความร่มเย็นเป็นสุขทั้งแก่ตนเองและบุคคลอื่น อีกทั้งรู้ว่าเมื่อกระทำเหตุเช่นนี้หรือกระทำตามหลักการข้อนี้แล้ว จึงจะให้เกิดผลที่ต้องการนั้นๆได้
มีความถูกต้อง ก่อให้เกิดความร่มเย็นเป็นสุขทั้งแก่ตนเองและบุคคลอื่น อีกทั้งรู้ว่าเมื่อกระทำเหตุเช่นนี้หรือกระทำตามหลักการข้อนี้แล้ว จึงจะให้เกิดผลที่ต้องการนั้นๆได้
ประการที่
2 ความเป็นผู้รู้จักผล
คือ รู้ความหมายหรือรู้ประโยชน์ที่ประสงค์ รู้จักผล
ที่จะเกิดขึ้น อันสืบเนื่องมาจากการกระทำเหตุที่ดีหรือเป็นไปตามหลักการที่ดี
ที่จะเกิดขึ้น อันสืบเนื่องมาจากการกระทำเหตุที่ดีหรือเป็นไปตามหลักการที่ดี
ประการที่ 3
ความเป็นผู้รู้จักตน คือ รู้จักว่าตนเป็นใคร เช่น รู้จักว่าเป็นเด็ก
เป็นลูก
เป็นนักเรียน เป็นผู้ใหญ่ เป็นพ่อแม่ เป็นครูอาจารย์ เป็นข้าราชการหรือเป็นชาวไร่ชาวนา เพื่อที่จะทำตนเองให้เหมาะสมในการปฏิบัติตามหน้าที่ วางตนให้อยู่ในระเบียบวินัย ตามกฎหมายของบ้านเมืองหรือเป็นพระภิกษุสามเณร ก็ต้องประพฤติปฏิบัติอยู่ในกรอบของพระธรรมวินัย เพื่อที่จะได้ปลูกฝังความเชื่อ ความเลื่อมใสของพุทธศาสนิกชนให้มากขึ้น
เป็นนักเรียน เป็นผู้ใหญ่ เป็นพ่อแม่ เป็นครูอาจารย์ เป็นข้าราชการหรือเป็นชาวไร่ชาวนา เพื่อที่จะทำตนเองให้เหมาะสมในการปฏิบัติตามหน้าที่ วางตนให้อยู่ในระเบียบวินัย ตามกฎหมายของบ้านเมืองหรือเป็นพระภิกษุสามเณร ก็ต้องประพฤติปฏิบัติอยู่ในกรอบของพระธรรมวินัย เพื่อที่จะได้ปลูกฝังความเชื่อ ความเลื่อมใสของพุทธศาสนิกชนให้มากขึ้น
ประการที่
4 ความเป็นผู้รู้ประมาณในการแสวงหาเครื่องเลี้ยงชีวิตในทางที่ชอบ
และรู้จักประมาณในการบริโภคแต่พอควร
ประการที่
5 ความเป็นผู้รู้จักกาลเวลาอันควรในอันประกอบกิจต่างๆ
ประการที่ 6 ความเป็นผู้รู้จักชุมชน
คือ รู้จักระเบียบในสังคมนั้นๆ ว่ามีระเบียบประเพณีและวัฒนธรรมอย่างไร แล้ววางตนให้เหมาะสมในการที่จะประพฤติปฏิบัติให้ถูกต้องตามประเพณีนิยมของสังคมนั้นๆ
ไม่ควรแสดงออกในสิ่งที่ขัดต่อความรู้สึกของสังคมนั้นๆ ด้วย
ประการที่
7 ความเป็นผู้รู้จักบุคคล คือ การกำหนดรู้จักอุปนิสัยใจคอและอารมณ์ของผู้อื่น และทำการคบหา เพื่อเป็นการติดต่อสัมพันธ์ระหว่างสังคม เป็นการเรียนรู้นิสัยใจคอ
หรือความต้องการของคนนั้นๆ เพื่ออำนวยประโยชน์ให้เกิดขึ้นได้โดยง่าย ไม่ติดขัดในหน้าที่การงาน
และเป็นเหตุนำมาซึ่งประโยชน์สุขแก่สังคมอีกด้วย
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น